ไทยยูเนี่ยนร่วมหารือผู้ประกอบการและบริษัทจัดหางานในไต้หวัน เพื่อยกระดับแนวปฏิบัติด้านการทำประมงอย่างรับผิดชอบ

BANGKOK, Feb. 26, 2026 – As standards for labor rights and transparency continue to evolve across global seafood supply chains, Thai Union Group PCL, a global seafood leader, co-hosted one of the first multi-stakeholder workshops in recent years in Taiwan to bring fishing companies and Taiwan-based recruitment agencies together to strengthen responsible recruitment practices.
The session, convened with key stakeholders in Kaohsiung, a major port city in southern Taiwan, brought together nearly 70 participants from across the supply chain.
Attendees included representatives from the Taiwan Fisheries Agency, distant-water fishery associations, fishing companies, vessel owners, and Taiwan-based recruitment agencies.
Responsible recruitment is widely recognized as an important safeguard for worker welfare, particularly in cross-border hiring systems where recruitment processes can involve multiple parties and inconsistent practices can create gaps in protection. Using real-life fisher experiences as case studies, the workshop identified practical ways for companies and recruiters to improve oversight and documentation throughout the hiring process.
It was designed around three objectives: strengthening shared awareness of responsible recruitment risks with case studies; building practical understanding through tools and methods; and aligning understanding of internationally recognized principles, including the Employer Pays Principle.
The program explored key recruitment and employment stages—such as candidate sourcing, contract communication, wage payment—and how due diligence tools can support clearer documentation, stronger oversight, and more consistent implementation across partners. In cross-border recruitment systems, even small gaps in communication or documentation can create avoidable risk for workers.
By convening employers and recruitment partners in the same forum, the workshop helped establish a shared baseline for implementation and stronger alignment on day-to-day practice.
“By engaging directly with key actors, we are developing a due diligence framework that ensures international requirements are adopted and monitored across the supply chain,” said Kimi Lee, Responsible Sourcing Consultant at Thai Union Group.
กรุงเทพฯ 26 กุมภาพันธ์ 2569 – ท่ามกลางการยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิแรงงานและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลทั่วโลก บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดเวิร์กชอประดับพหุภาคีในไต้หวัน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการด้านประมงและบริษัทจัดหางานในไต้หวัน เพื่อร่วมกันยกระดับแนวปฏิบัติด้านการสรรหาแรงงานอย่างรับผิดชอบ
เวิร์กชอปดังกล่าวจัดขึ้นที่เมืองเกาสง เมืองท่าหลักทางตอนใต้ของไต้หวัน โดยมีผู้เข้าร่วมราว 70 คนจากหลากหลายภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงาน Taiwan Fisheries Agency สมาคมประมงนอกน่านน้ำ ผู้ประกอบการด้านประมง เจ้าของเรือประมง และบริษัทจัดหางานในไต้หวัน
การสรรหาแรงงานอย่างรับผิดชอบถือเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงาน โดยเฉพาะในระบบการจ้างงานข้ามพรมแดนที่มักมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ซึ่งความไม่สอดคล้องของแนวปฏิบัติอาจนำไปสู่ช่องว่างในการคุ้มครองแรงงานได้ ทั้งนี้ เวิร์กชอปดังกล่าวได้นำกรณีศึกษาจากประสบการณ์จริงของแรงงานประมงมาถ่ายทอด เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการด้านประมงและบริษัทจัดหางาน ในการยกระดับการกำกับดูแลและการจัดทำระบบเอกสารให้รัดกุมตลอดกระบวนการสรรหา
เวิร์กชอปครั้งนี้ได้รับการออกแบบภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อ ได้แก่ (1) การเสริมสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการสรรหาแรงงานอย่างรับผิดชอบผ่านกรณีศึกษา (2) การสร้างความเข้าใจเชิงปฏิบัติผ่านเครื่องมือและวิธีการต่างๆ และ (3) การสร้างความเข้าใจที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงหลักการ ‘นายจ้างเป็นผู้จ่าย’ (Employer Pays Principle)
เนื้อหาของเวิร์กชอปครอบคลุมขั้นตอนสำคัญในกระบวนการสรรหาและจ้างงาน นับตั้งแต่การสรรหาผู้สมัคร การสื่อสารรายละเอียดสัญญาจ้าง ไปจนถึงขั้นตอนการจ่ายค่าจ้าง พร้อมทั้งแนะนำการประยุกต์ใช้เครื่องมือการตรวจสอบอย่างรอบด้าน (Due Diligence) เพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดทำเอกสารให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการกำกับดูแลที่เข้มงวด และการดำเนินงานที่สอดคล้องกันระหว่างพันธมิตรในทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ในระบบการสรรหาแรงงานข้ามพรมแดน การเกิดช่องว่างแม้เพียงเล็กน้อยในด้านการสื่อสารหรือการจัดทำเอกสาร อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อแรงงาน ซึ่งล้วนเป็นความเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้หากได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
การเปิดเวทีหารือร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการประมงและบริษัทจัดหางานในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานการดำเนินงานร่วมกัน และทำให้แนวทางการปฏิบัติงานมีความสอดคล้องกันยิ่งขึ้น
“การทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ ช่วยให้เราสามารถพัฒนากรอบการตรวจสอบอย่างรอบด้าน (Due Diligence) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ามาตรฐานสากลจะได้รับการนำไปปฏิบัติจริง และมีการติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน” คิมมี่ หลี่ ที่ปรึกษาด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว
“ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรม เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม และผลักดันให้เกิดการนำไปใช้จริงในการรับมือกับความท้าทายเชิงระบบ” นางชุง แมน แซมมี่ โฮ ดูมาส ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสังคม บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของไทยยูเนี่ยน ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสวัสดิภาพแรงงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกับพันธมิตรและพัฒนาศักยภาพเชิงปฏิบัติ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลที่มีความซับซ้อน พร้อมยกระดับมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบและความโปร่งใสในอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.seachangesustainability.org/en/for-people/safe-decent-equitable-work