ไทยยูเนี่ยน ติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยอยู่ในลำดับที่ดีที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม


บรรยายภาพ:
ผลิตภัณฑ์แบรนด์ของไทยยูเนี่ยนทั้งหมด (เครดิตภาพ: ไทยยูเนี่ยน)

13 กันยายน 2561 กรุงเทพ - บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทอาหารทะเลชั้นนำของโลกซึ่งมีผลิตภัณฑ์แบรนด์หลากหลายทั่วโลก ได้รับเลือกให้ติดดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) หมวดตลาดเกิดใหม่ เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน SeaChange® กลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน ซึ่งขับเคลื่อนความสำเร็จในการทำคะแนนของไทยยูเนี่ยนอยู่ในลำดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 100 ในคะแนนด้านความยั่งยืนทั้งหมด


ไทยยูเนี่ยนได้คะแนนสูงสุดอยู่ในลำดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 100 ในหัวข้อจรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฎิบัติด้านแรงงาน ประเด็นที่มีนัยสำคัญ สุขภาพและโภชนาการ สิทธิมนุษยชน การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน การบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต บรรจุภัณฑ์ ความเสี่ยงที่เกี่ยวกับน้ำ การใช้เทคโนโลยีด้านชีวภาพ และการสร้างแรงจูงใจและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูงขององค์กร

“เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากที่ความมุ่งมั่นเรื่องความยั่งยืนของเราได้รับการยอมรับ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของโลก ไทยยูเนี่ยนพร้อมทำหน้าที่ในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและวางเรื่องความยั่งยืนเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจของเรา” นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยยูเนี่ยน กล่าว “ไทยยูเนี่ยนและแบรนด์ทุกแบรนด์ของเราทั่วโลกมีความมุ่งมั่นที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะอนาคตของเราขึ้นอยู่กับสิ่งนี้”

“เรามีความภูมิใจอย่างเหลือเชื่อสำหรับความทุ่มเทด้านความยั่งยืนของเรา และถือเป็นเกียรติสำหรับไทยยูเนี่ยนที่ได้รับการยอมรับจาก DJSI เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งการจัดอันดับล่าสุดนี้นับเป็นการยกระดับแสดงถึงการได้รับการยอมรับในฐานะเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม” ดร. แดเรี่ยน แมคเบน ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนาที่ยั่งยืนไทยยูเนี่ยนกล่าว “ความสำคัญด้านความยั่งยืนเหล่านี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความทุ่มเททำงานอย่างหนักของพนักงานไทยยูเนี่ยนทั่วโลก”

ดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ในหมวดตลาดเกิดใหม่ เป็นดัชนีหมวดย่อยที่ได้รับการยอมรับในระดับสูง ซึ่งเป็นการประเมินบริษัทต่างๆ ในตลาดเกิดใหม่ในผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ในแต่ละปี มีบริษัทมากกว่า 3,000 แห่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประเมินด้านความยั่งยืนของธุรกิจ Corporate Sustainability Assessment (CSA) ของบริษัท RobecoSAM โดยบริษัทที่ได้รับเลือกเข้ามาอยู่ในดัชนี จะต้องผ่านการประเมินด้านต่างๆ ครอบคลุมเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว ทั้งในแง่ความยั่งยืนทั่วไปและแนวโน้มความยั่งยืนเฉพาะอุตสาหกรรม

SeaChange® เป็นแผนบูรณาการของโครงการริเริ่มต่างๆ ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 4 ด้านประกอบด้วย ด้านความปลอดภัยและแรงงานที่ถูกกฎหมาย ด้านการจัดหาวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ ด้านการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ และด้านเกี่ยวกับผู้คนและชุมชน โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก รวมทั้งช่วยตอบโจทย์ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การขจัดความหิวโหย การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการอนุรักษ์มหาสมุทรและการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยนได้เปิดเผย รายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุด เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2561 รายงานฉบับดังกล่าวได้ให้รายละเอียดของผลการดำเนินงานของบริษัทในด้านต่างๆ ตามดัชนีชี้วัดที่สำคัญและเป้าหมายที่กำหนดไว้ในกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน  SeaChange® ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนธันวาคม 2560 

ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับในดัชนีความยั่งยืนที่มีผู้ติดตามอย่างแพร่หลายมากที่สุดของโลกรวมทั้งสิ้น 2 ดัชนีอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดือนสิงหาคม บริษัทได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับในดัชนี FTSE4Good หมวดตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจัดอันดับโดยฟุตซี รัสเซล ที่เปิดตัวในปี 2544 เพื่อช่วยนักลงทุนตระหนักถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ในการตัดสินลงทุน และเป็นกรอบการดำเนินงานเพื่อการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท

ในช่วงที่ผ่านมา ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการรับรองและรางวัลด้านความยั่งยืนระดับสูงในระดับนานาชาติอีกหลายรางวัล ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ องค์การด้านจริยธรรมได้มีการประกาศว่า ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้ายชิง 4 รางวัลประเภทหลัก ในงานประกาศผลรางวัลธุรกิจที่มีความรับผิดชอบประจำปี ครั้งที่ 9 (Annual Responsible Business Awards) โดยรางวัลทั้ง 4 ประเภทมีดังนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอให้ไทยยูเนี่ยนและองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศอังกฤษ ได้รับรางวัลเหรียญทองประเภท "การจัดการห่วงโซ่อุปทานยอดเยี่ยม" ในงาน Global Good Awards 2561 ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงผลงานที่สำคัญของทั้งสององค์กรที่ประสบความสำเร็จผ่านความร่วมมือกันในสหภาพยุโรป

ตามมาด้วยแบรนด์ John West ซี่งเป็นแบรนด์ของไทยยูเนี่ยนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋อง จากสำนักงานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานการประมง (MSC)  ประจำปี  2561 ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกัน รางวัลประจำปีของ MSC นี้มอบให้กับผู้จัดหาอาหารทะเลที่มีการปกป้องท้องทะเลเพื่อคนรุ่นนี้และรุ่นต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ การประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลด้านความยั่งยืน
 
(Sustainability Awards) ประจำปี 2561 ของ The Business Intelligence Group เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ทำเรื่องความยั่งยืนและนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ไทยยูเนี่ยนได้รับรางวัลใน 2 ประเภท ได้แก่ Sustainability Leadership of the Year (Organization) และโครงการนำร่องการตรวจสอบย้อนกลับด้วยระบบดิจิทัลของบริษัท สำหรับการริเริ่มการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งปี (โครงการ)

###

เกี่ยวกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลของโลก ซึ่ง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี

วันนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุภาชนะชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายต่อปีมากกว่า 1.35 แสนล้านบาท (4.03 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 49,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน 

ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ทั่วโลก ประกอบด้วย แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Rügen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ซีเล็ค ฟิชโช คิวเฟรช โมโนริ เบลลอตต้า และมาร์โว่

จากพันธกิจในการเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนเปิดตัวกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® และดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยตลอดในเรื่องดังกล่าว จนส่งผลโดยรวมให้ไทยยูเนียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2557 และในปี 2560 ไทยยูเนี่ยนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน  นอกจากนี้ไทยยูเนี่ยนได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับดัชนี  FTSE4Good Emerging Index เมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
คุณวิสาขา จันทกิจ
บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป
มือถือ: +66.81.845.7316
อีเมล: Wisaka.Chantakit@thaiunion.com