2025.11.25

แบรนด์ทูน่าต่อยอดนวัตกรรม เสริมจุดแข็งในฐานะโปรตีนพร้อมทาน ท่ามกลางตลาดโปรตีนที่กำลังเติบโต

Article

Share:

ทุกวันนี้ หากเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต เราจะเห็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนจัดเรียงอยู่เต็มชั้นวาง นับตั้งแต่เนื้อไก่ เนื้อวัว เครื่องดื่มโปรตีน ไปจนถึงสแน็ก และซีเรียลเสริมโปรตีน เทรนด์การบริโภคโปรตีนที่เคยจำกัดอยู่ในกลุ่มนักกีฬาและคนออกกำลังกาย กำลังขยายวงกว้างสู่กลุ่มคนทั่วไปที่รักสุขภาพและให้ความสำคัญกับการบริโภคโปรตีนในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ในปี 2567 ตลาดโปรตีนทั่วโลกมีมูลค่าอยู่ที่ 52.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตแตะ 85.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 5.6% ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยผลสำรวจของ Bain & Company พบว่า ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล นั้นพยายามมองหาวิธีเพิ่มการบริโภคโปรตีนในแต่ละมื้ออาหารมากขึ้น

ท่ามกลางโปรตีนที่มีให้เลือกสารพัดประเภทและรูปแบบ ทูน่ากระป๋องยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่โดดเด่น ทั้งในด้านคุณค่าโภชนาการ และความสะดวก

โปรตีนจากท้องทะเล

“จากการทำวิจัยตลาด เราพบว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริโภคโปรตีนมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร หลายคนมองหาแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากธรรมชาติ และทูน่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณค่าโภชนาการและความสะดวก” แอร์วอง วิลเฟอ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแบรนด์อาหารทะเลแปรรูป บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว

ทั้งนี้ เนื้อทูน่าปริมาณ 100 กรัม นั้นให้โปรตีนราว 25 กรัม คิดเป็นครึ่งหนึ่งของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน หรือเทียบเท่าไข่ 2 ฟองหรือเนื้อวัว 100 กรัม และยังเป็นโปรตีนที่ให้แคลอรี่ต่ำอีกด้วย

เพื่อสื่อสารจุดเด่นเรื่องโปรตีน Petit Navire หนึ่งในแบรนด์ของไทยยูเนี่ยนในฝรั่งเศส ได้เปิดตัวแคมเปญผ่านสื่อ Out of Home สื่อสิ่งพิมพ์ และภาพยนตร์โฆษณา โดยใช้คาแรกเตอร์ชาวไวกิ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง เพื่อสื่อถึงทูน่าในฐานะแหล่งพลังงานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แอคทีฟ พร้อมระบุปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งเสิร์ฟอย่างชัดเจนในข้อความโฆษณา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ Petit Navire มีการสื่อสารในลักษณะดังกล่าว

ทูน่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

แม้ทูน่ากระป๋องจะยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหานวัตกรรมผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่และจังหวะชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น

“ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นมองหาผลิตภัณฑ์ที่สะดวก พกพาง่าย และรสชาติอร่อย จึงเป็นเหตุผลที่ไทยยูเนี่ยนมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโปรตีนที่มีคุณภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น” แอร์วองกล่าว

ด้วยเหตุนี้ ไทยยูเนี่ยนจึงได้เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทูน่าในรูปแบบอื่นๆ ที่นอกเหนือจากทูน่ากระป๋องในหลายตลาดทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา แบรนด์ Chicken of the Sea ได้จับมือกับแม็คคอร์มิค (McCormick) แบรนด์สมุนไพรและเครื่องเทศอันดับ 1 ของโลก เปิดตัว Wild Caught Light Tuna Packet with OLD BAY® Seasoning ผลิตภัณฑ์ทูน่าพร้อมทานในรูปแบบซองซึ่งได้รับรางวัล “Best New Lunch on the Go” จาก Better Homes & Gardens ในปี 2568

ในฝรั่งเศส แบรนด์ Petit Navire ได้เปิดตัว Et Hop ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทูน่าแบบซองพร้อมทาน ขณะที่ในสหราชอาณาจักร แบรนด์ John West ได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทูน่าพร้อมทานภายใต้ชื่อ On The Go ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายเมนู เช่น สลัดทูน่า ในประเทศไทย แบรนด์ซีเล็คเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทูน่าพร้อมทาน เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ อาทิ ซีเล็คทูน่าท็อปปิ้ง และล่าสุดได้จับมือกับพันธมิตรเปิดตัว ‘น้ำพริกทูน่าผสมปลาร้า’

นอกจากโปรตีนแล้ว ทูน่ายังอุดมไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ อาทิ กรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยเสริมการทำงานตามปกติของสมอง ความจำ และสุขภาพหัวใจ วิตามินดี ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก และ ซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สอดรับกับกระแสความนิยมในอาหาร Functional Food ซึ่งหมายถึงอาหารที่ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพนอกเหนือจากโภชนาการพื้นฐาน

“นอกจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแล้ว ผู้บริโภคยังหันมาให้ความสนใจกับอาหารประเภท Functional Food ซึ่งทูน่าถือเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นโปรตีนคาร์บอนต่ำแล้ว เรายังสามารถสกัดสารอาหารจากส่วนอื่นๆ ของปลาทูน่า ซึ่งช่วยลดขยะอาหารและเพิ่มมูลค่าให้กับผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต โดยนอกจากน้ำมันปลาโอเมก้า-3 แล้ว ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ส ยังสามารถสกัดมารีนคอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทูน่า (Marine Collagen Peptides) ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดพบว่ามีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพผิว ข้อต่อ และกระดูก” จูเรี่ยน แซนด์เบอเกน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ จำกัด กล่าว

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดโปรตีนและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทูน่ายังคงเป็นตัวเลือกโปรตีนที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งในแง่โภชนาการ ความสะดวก อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ปรุงและรับประทานได้กับหลากหลายเมนูอาหาร ไทยยูเนี่ยนในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก จึงมุ่งใช้นวัตกรรมยกระดับคุณภาพและประสบการณ์การรับประทานทูน่า เพื่อส่งมอบคุณค่าโปรตีนจากท้องทะเลแก่ผู้บริโภคทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น