2026.04.28

ITC ไตรมาส 1/69 ทุบสถิติโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ IPO กวาดยอดขาย 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตทะลุ 28.6% ดันกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 36% และกำไรสุทธิโต 24.9% รับปัจจัยหนุนกลุ่มสินค้าขนมสัตว

ข่าวธุรกิจ และ การเงิน

Share:

กรุงเทพฯ 29 เมษายน 2569 – บริษัท ไอ‑เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ITC) ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2569 สูงสุดนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมี ยอดขายในสกุลดอลลาร์อยู่ที่ 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (คิดเป็น 5,174 ล้านบาท เติบโต 21.8%) จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน อันเนื่องมาจากยอดขายและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุง (ไม่รวม Transformation Costs) อยู่ที่ 991 ล้านบาท เติบโต 24.9%

นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ ITC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนการดำเนินกลยุทธ์ที่มีความต่อเนื่อง การมุ่งยกระดับประสิทธิภาพ และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ผันผวน แต่ลูกค้ายังคงให้ความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของเราในด้านนวัตกรรม การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน และศักยภาพระดับโลกในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ”

กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.3% สะท้อนสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคิดเป็น 51.5% ของยอดขายรวม

กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยคิดเป็น 20.8% ของยอดขายรวมในไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดกว่า 95.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกระแสสินค้าพรีเมียม ความตระหนักในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ขนมรูปแบบ Lickable

ยอดขายของทุกภูมิภาคนั้นเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ ITC คิดเป็น 60.0% ของยอดขายรวม ซึ่งความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกและลูกค้าในกลุ่ม Private Label นั้นเป็นปัจจัยการเติบโตสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายเติบโตกว่า 49.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 15.0% ของยอดขายรวม ตลาดเอเชียและโอเชียเนียคิดเป็น 25.0% ของยอดขายรวม โดยยอดขายที่เติบโตนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และออสเตรเลีย

 

นายรอย ชาน กล่าวเสริมว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกนั้นเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับที่ดีในทุกภูมิภาค รวมทั้งความร่วมมือใกล้ชิดระหว่าง ITC กับลูกค้า ในการบริหารจัดการปริมาณคำสั่งซื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานของเรายังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ ประสบการณ์ของเราในการรับมือกับสถานการณ์ความผันผวน และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า แม้ผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรก แต่บริษัทได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกและทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการผลกระทบทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ เราเชื่อมั่นว่าเราจะยังคงสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว”

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 ITC ยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม เพื่อสะท้อนมุมมองต่อภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐที่ 9–12% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 23–25% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ที่ 9–10% ขณะที่บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด