แนวทางสู่ความยั่งยืนของเรา

การพัฒนาอย่างยั่งยืนมีความสำคัญต่ออนาคตของธุรกิจไทยยูเนี่ยนและการเติบโตของบริษัท เพราะความยั่งยืนนับเป็นรากฐานของการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นแนวทางที่จะทำให้เราบรรลุวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำด้านอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก

บริษัทมีความรับผิดชอบในการสร้างมาตรฐานให้กับการดำเนินงานด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ในทุกการดำเนินงานทั้งหมดและในห่วงโซ่อุปทานของเรา ด้วยตระหนักดีว่าความรับผิดชอบนี้เป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ เราตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียของเราด้วย SeaChange® ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน โดยมีพันธกิจที่วัดผลได้ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในแนวทางการดำเนินงานของเรา โดย SeaChange® มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก

ไทยยูเนี่ยนมีความภูมิใจที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำาดับที่ 1 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์หรือ DJSI ประจำปี 2562 ซึ่งบริษัทได้ลำดับที่ 1 เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดย SeaChange® กลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนมีบทบาทสำาคัญในการทำให้บริษัทได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร โดยอยู่ในลำดับเปอร์เซ็นไทล์ที่ 100 สำหรับคะแนนด้านความยั่งยืนรวม

ในปี 2562 ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการจัดอันดับโดยดัชนี SEAFOOD STEWARDSHIP INDEX (SSI) เป็นอันดับที่ 1 จาก 30 บริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยประเมินจากการทำงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

การมีสุขภาพที่ดี และท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์

บริษัทมอง SeaChange® เป็นแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของธุรกิจอาหารทะเลอย่างโปร่งใส โดยครอบคลุมตั้งแต่วิธีการดูแลท้องทะเลไปจนถึงวิธีการจัดการของเสีย รวมถึงความรับผิดชอบที่บริษัทมีต่อพนักงานไปจนถึงการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับชุมชนที่อยู่รอบบริเวณโรงงานของบริษัท

หัวใจหลักของกลยุทธ์ความยั่งยืน คือ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์อาหารทะเลของบริษัทได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นหมายถึงตั้งแต่การจับไปจนถึงผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค เมื่อมีระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของอาหารอย่างเต็มรูปแบบแล้ว จะทำให้บริษัทสามารถ ระบุ ตรวจสอบ และปรับปรุงการดำเนินงานในเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องแรงงาน และการจัดหาวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทตระหนักดีว่าเราต้องมีความรับผิดชอบและความสามารถในการเป็นผู้นำที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ท้องทะเลเป็นรากฐานของธุรกิจเรา และความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลมีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของเราและโลกใบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แนวทางแก้ปัญหาที่อาศัยท้องทะเลเป็นพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ร้อยละ 21 ภายในปี 2593 ในขณะเดียวกัน เราต้องตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งในปัจจุบันเริ่มหันมาสนใจบริโภคอาหารทะเลแทนโปรตีนที่มีคาร์บอนในการผลิตสูง อีกทั้งยังตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนและนวัตกรรมอีกด้วย แนวโน้มนี้สร้างโอกาสให้เรา ไม่เพียงแต่ในแง่ของผลิตภัณฑ์อาหารทะเล แต่ยังรวมถึงการคิดค้นผลิตภัณฑ์แนวใหม่ๆ เช่น โปรตีนทางเลือก นี่คือเหตุผลสำคัญที่บริษัทต้องมุ่งมั่นเพื่อให้บรรลุพันธกิจด้านการมีสุขภาพที่ดี และท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์

เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ

การดำเนินงานนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเล ความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากโครงการต่างๆ ของไทยยูเนี่ยนยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และสอดคล้องกับพันธสัญญาของบริษัทในฐานะเป็นภาคีข้อตกลงแห่งสหประชาชาติ การดำเนินงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับ SeaChange® ไทยยูเนี่ยนจะเน้นไปที่เป้าหมาย 3 ประการของเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยมุ่งดำเนินการไปที่เป้าหมาย 3 ประการ คือ

ด้วยความประสงค์ที่จะจัดการเรื่องความหิวโหยและผลิตอาหารทะเลที่ตั้งอยู่บนหลักจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หมายถึงเรามีเครื่องมือมากขึ้น ที่จะจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารของเรามีการผลิตอย่างยั่งยืน และเรากำลังมุ่งมั่นทำงานเพื่อรักษาปริมาณปลาในท้องทะเลให้คงไว้สำาหรับคนรุ่นต่อไป