แนวทางสู่ความยั่งยืนของเรา

การพัฒนาที่ยั่งยืนมีความสำคัญต่ออนาคตของธุรกิจไทยยูเนี่ยน และการเติบโตของบริษัท และความยั่งยืนยังเป็นพื้นฐานให้กับทั้ง พนักงานและชุมชนทั่วโลกของเราในฐานะการเป็นพลเมือง ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส นับเป็นรากฐานสำคัญสำหรับวิสัยทัศน์องค์กรในการเป็นผู้นำ ด้านอาหารทะเลที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก เพราะนอกจาก จะแสดงถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าบริษัท มีการพัฒนาเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

บริษัทมีความรับผิดชอบในการกำหนดมาตรฐานการดำเนินงาน ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจสำหรับทุกการดำเนินงาน ทั้งหมดและในห่วงโซ่อุปทานของเรา ด้วยความตระหนักดีว่า ความรับผิดชอบนี้เป็นการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ เราใส่ใจต่อ ความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียของเราด้วยกลยุทธ์ SeaChange® ซึ่งเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยน โดยมีพันธกิจต่างๆ ที่วัดผลได้ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และยั่งยืนในแนวทางการดำเนินงานของเรา

SeaChange® มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เชิงบวกให้เกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลก เรามีความมุ่งมั่นที่จะ “สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน และดูแล รักษาความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล” (Healthy Living, Healthy Oceans) เพราะเราตระหนักว่าท้องทะเลและอาหารทะเล มีบทบาทสำคัญต่อการจัดการกับความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจัดหาผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ ให้กับผู้บริโภค ดังนั้น การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คน และดูแลรักษาความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล จะช่วยให้เรา พัฒนากลยุทธ์ SeaChange® อย่างต่อเนื่อง

แม้สถานการณ์โควิด 19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลกอย่างมี นัยสำคัญเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงไทยยูเนี่ยน แต่เรายังคง ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ด้านความยั่งยืนและการเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐาน ด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ในปี 2563 ไทยยูเนี่ยน มีความภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืน ดาวโจนส์เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากปีที่แล้วและมีคะแนนรวมที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราได้อันดับ 2 ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก แม้ว่าโควิด 19 จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของไทยยูเนี่ยน แต่เรายังคง ดำเนินโครงการและนโยบายต่างๆ เพื่อความก้าวหน้าอย่าง ต่อเนื่องในการพัฒนาด้านความยั่งยืน เรายังทำงานร่วมกับ อุตสาหกรรมอาหารทะเลและภาคประชาสังคมในวงกว้าง และถึงแม้ว่าโควิด 19 ทำให้เราไม่สามารถพบกับผู้มีส่วนได้เสีย แบบพูดคุยกันต่อหน้าได้ เรายังคงมีส่วนร่วมในการเข้าร่วม สัมมนาออนไลน์ และการเข้าร่วมในเวทีต่างๆ ทั่วโลก

เรามองว่า SeaChange® เป็นแนวทางการดำเนินงานที่ครอบคลุม ทุกแง่มุมของธุรกิจอาหารทะเลอยา่ งโปร่งใส ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ วิธีการดูแลท้องทะเลไปจนถึงวิธีการจัดการขยะทะเลรวมถึง ความรับผิดชอบที่เรามีต่อพนักงานของเราไปจนถึงการสร้าง อนาคตที่ดีขึ้นให้กับชุมชนที่อยู่รอบบริเวณโรงงานของบริษัท

หัวใจหลักของกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนคือ ความสามารถในการ ตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ของบริษัทได้อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การจับไปจนถึงผลิตภัณฑ์ พร้อมบริโภค เมื่อมีระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา ของอาหารอย่างเต็มรูปแบบแล้ว จะทำให้บริษัทสามารถระบุ ตรวจสอบ และปรับปรุงการดำเนินงานในเรื่องสำคัญได้ เช่น เรื่องแรงงาน และการจัดหาวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบริษัทอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เราตระหนักดีว่าเราต้องมีทั้งความรับผิดชอบและศักยภาพ ในการเป็นผู้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เพราะเราตระหนักว่า ท้องทะเลเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ท้องทะเลเป็นรากฐานของธุรกิจเรา และความอุดมสมบูรณ์ ของท้องทะเลก็มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของโลกใบนี้และ ในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในปี 2563 ไทยยูเนี่ยนเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเป็นบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายแรก ที่เข้าร่วมโครงการ EP100 ซึ่งเป็นข้อริเริ่มเรื่องการใช้พลังงาน อย่างชาญฉลาด ขององค์กร The Climate Group การเข้า ร่วมนี้เป็นหนึ่งในพันธกิจของบริษัทที่จะจัดการกับปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ ต่อท้องทะเลทั่วโลกอีกด้วย

ปี 2563 เป็นปีที่ครบ 5 ปีแรกของการดำเนินกลยุทธ์ SeaChange® การดำเนินงานนั้นค่อนข้างท้าทาย แต่เราภูมิใจกับความสำเร็จ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าท้องทะเลของเราจะมี ความยั่งยืนมากขึ้น ไปจนถึงการนำเสนอนโยบายต่างๆ เพื่อให้แรงงาน ของเรามีการจ้างงานที่ถูกกฎหมายและทำงานอย่างปลอดภัย ตลอดจนการทำงานกับเรือประมงที่จัดหาวัตถุดิบให้กับเราเพื่อให้ มีการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบและถูกกฎหมาย สำหรับ การดำเนินกลยุทธ์ SeaChange® ในระยะ 5 ปีข้างหน้า เรากำหนด

วัตถุประสงค์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและการส่งเสริมคุณค่าทางโภชนาการที่ดีด้วย อาหารทะเลที่มีความยั่งยืน ทั้งนี้เรายังคงทำงานเพื่อให้สอดคล้อง กับนโยบายต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม อาหารทะเล การที่หนึ่งในพันธกิจของเราคือการจัดการกับปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราจะมุ่งมั่นปฏิบัติตามเป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ประการที่ 13 เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ สหประชาชาติ และ UN Global Compact

การดำเนินงานของเราถูกออกแบบมาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชิงบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเล และความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการต่างๆ ของไทยยูเนี่ยนยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ และสอดคล้องกับพันธสัญญาของบริษัทในฐานะภาคี UN Global Compactการดำเนินงานทั้งหมดนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ SeaChange® โดยไทยยูเนี่ยนจะเน้นไปที่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ทุกเป้าหมาย แต่จะมุ่งเน้นไปที่3 เป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในวงกว้าง

ด้วยความต้องการที่จะจัดการเรื่องความหิวโหยและผลิต อาหารทะเลที่ตั้งอยู่บนหลักจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีหมายถึง เรามีเครื่องมือมากขึ้นที่จะจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารของเรา มีการผลิตอย่างยั่งยืน และเรากำลังมุ่งมั่นทำ งานเพื่อรักษาปริมาณปลาในท้องทะเล ให้คงไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป

นอกจากนี้ การดำเนินงานของเรา ยังช่วยสนับสนุนเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อื่น ๆ อาทิเป้าหมายที่ 13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน